วีดีโอ 3.3 กฏหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ (ตอนที่ 2)
หน่วยที่ 3 การบริหารจัดการด้านการเงิน ความเสี่ยง และกฎหมายธุรกิจ
3.3 ภาษีและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
ตอนที่ 2 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
ข้อควรระวังทางกฎหมาย ที่นักธุรกิจไม่ควรมองข้าม เพื่อให้ธุรกิจของเราดำเนินไปได้อย่างมั่นคงและถูกต้องตามกฎหมาย
1. การจดทะเบียนธุรกิจ
ควรเลือกประเภทของธุรกิจให้ถูกต้อง เช่น บุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทจำกัด เพราะการไม่จดทะเบียน หรือจดทะเบียนผิดประเภท อาจกระทบต่อความรับผิดชอบทางกฎหมายและสิทธิทางภาษี เนื่องจากการจดทะเบียนเปรียบเสมือนการสร้างตัวตนทางกฎหมายให้ธุรกิจ
2. สัญญาทางธุรกิจ สัญญาคือหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นสัญญาซื้อขาย เช่า จ้าง หรือหุ้นส่วน
ข้อควรระวังคือ ห้ามทำสัญญาโดยไม่มีการเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร และควรมีการตรวจสอบเงื่อนไขให้รอบคอบ เพราะหากเกิดข้อพิพาท การไม่มีหลักฐานจะทำให้เสียเปรียบ
3. ทรัพย์สินทางปัญญา เป็นการคุ้มครองผลงานที่เกิดจากการประดิษฐ์ คิดค้น สิ่งที่ได้สร้างสรรค์ขึ้น โดยให้อำนาจผู้คิดค้นได้มีสิทธิทางกฎหมาย
ข้อควรระวังสำหรับผู้ประกอบการ
1. อย่าใช้สิ่งของที่มีเจ้าของโดยไม่ขออนุญาต เช่น เพลง ภาพ โลโก้ หรือคลิปจากอินเทอร์เน็ต
2. อย่าลอกเลียนแบบสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ของผู้อื่น
3. อย่าคิดว่าแค่เปลี่ยนนิดหน่อยก็รอด
การใช้คำในการโฆษณา ต้องระวังเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อไม่ให้ถูกฟ้อง ถูกปรับ หรือเสียชื่อเสียง ซึ่งในการโฆษณาในประเทศไทยอยู่ภายใต้การดูแลของ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 โดยเฉพาะหมวดว่าด้วย ‘การโฆษณา’ ซึ่งห้ามไม่ให้โฆษณาที่เป็นเท็จหรือเกินจริง”อาจโดนฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์หรือเครื่องหมายการค้าได้
กฎหมายห้ามโฆษณาด้วยข้อความที่มีลักษณะดังนี้
1.ไม่เป็นความจริง – เช่น โกหก หลอกลวง หรือแต่งเรื่องขึ้นมา
2.ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด – เช่น ใช้ภาพหรือคำที่ทำให้คิดว่าสินค้าดีกว่าความเป็นจริง
3.โอ้อวดเกินจริง – เช่น อ้างว่ารักษาโรคได้โดยไม่มีหลักฐาน
4.เปรียบเทียบที่ไม่เป็นธรรม – เช่น ด้อยค่าสินค้าคู่แข่งโดยไม่มีข้อเท็จจริง
5.ละเมิดศีลธรรมอันดี – ใช้คำหยาบ ล่อแหลม หรือไม่เหมาะสม
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการทุกคนต้องรู้คือ กฎหมายแรงงาน เพราะเมื่อธุรกิจเริ่มเติบโต ต้องจ้างพนักงาน ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายค่าแรงไม่ต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำ การกำหนดเวลาทำงานไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน การจ่ายค่าล่วงเวลา และการจัดสวัสดิการขั้นพื้นฐาน ที่สำคัญคือต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคมให้พนักงานภายใน 30 วันหลังจากเริ่มจ้าง และจัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเมื่อมีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ผู้ประกอบการต้องรู้ด้วยว่าการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมอาจนำไปสู่การฟ้องร้องได้ ดังนั้นการทำสัญญาจ้างที่ชัดเจนและเข้าใจสิทธิหน้าที่ตามกฎหมายจึงเป็นเรื่องสำคัญมากในการบริหารธุรกิจให้ราบรื่น
อีกกฎหมายที่สำคัญมากในยุคดิจิทัลนี้คือ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA ซึ่งมีผลกับทุกธุรกิจที่เก็บข้อมูลลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นชื่อ เบอร์โทร อีเมล หรือข้อมูลการสั่งซื้อ ผู้ประกอบการต้องเข้าใจว่าแม้แต่การเก็บนามบัตรของลูกค้าหรือการมีฟอร์มกรอกข้อมูลบนเว็บไซต์ก็ถือเป็นการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว โดยต้องขอความยินยอมจากลูกค้าก่อนเก็บข้อมูล บอกวัตถุประสงค์การใช้ข้อมูลให้ชัดเจน เก็บรักษาข้อมูลให้ปลอดภัย และลูกค้ามีสิทธิขอดู แก้ไข หรือลบข้อมูลของตัวเองได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ หากมีการละเมิดข้อมูล เช่น ข้อมูลรั่วไหล เราต้องแจ้งให้ลูกค้าและหน่วยงานรัฐทราบภายใน 72 ชั่วโมง การละเมิด PDPA มีโทษทั้งทางแพ่งและอาญา โดยค่าปรับสูงสุดทางแพ่งอาจถึง 5 ล้านบาท ดังนั้นธุรกิจสมัยใหม่จึงไม่อาจมองข้ามกฎหมายนี้ได้เลย
