วีดีโอ 1.2 ทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการและอาชีพอิสระ (ตอนที่ 3 ส่วนที่ 1 )

หน่วยที่ 1 จุดประกายแนวคิดและแรงบันดาลใจสู่การเป็นผู้ประกอบการ 1.2 ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ ตอนที่ 3 ทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการและอาชีพอิสะ ผู้ประกอบการ หมายถึงเจ้าของกิจการ หรือผู้ที่คิดริเริ่มจัดตั้งธุรกิจขึ้นมาเป็นของตนเอง มีการวางแผนการดำเนินงาน ตัดสินใจ ดำเนินธุรกิจทุกอย่างเอง และแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อทำให้เกิดกำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจ อาชีพอิสระ คือ การดำเนินการที่เป็นส่วนตัว ไม่มีรายได้ที่แน่นอนขึ้นอยู่กับธุรกิจของตนเอง ซึ่งอาชีพอิสระจะเป็นการผลิตหรือจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์ หรือบริการใด ๆ ที่ถูกต้องตามกฎหมายโดยไม่จำกัดขนาดของธุรกิจว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก หรือ ขนาดใหญ่ และถือได้ว่าอาชีพอิสระก็เป็นผู้ประกอบการเช่นกัน ซึ่งข้อดีของการเป็นผู้ประกอบการและอาชีพอิสระคือ เป็นเจ้านายตนเอง กำหนดเวลาในการทำงานเอง สามารถใช้ความรู้ ความสามารถที่ตนเองถนัดได้อย่างเต็มที่ มีอิสระในการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ รับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นเองทั้งหมด อย่างเต็มที่รายได้ขึ้นอยู่กับการทำงานของตนเอง ดังนั้นจึงทำให้มีโอกาสสร้างรายได้แบบไม่จำกัด ทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ และคุณสมบัติของผู้ประกอบการที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน 1. ทักษะด้านความคิดและการวางแผน เหตุที่ต้องเป็นทักษะแรกเพราะว่า ก่อนที่เราจะเริ่มต้นทำธุรกิจ เราต้องมี แนวคิดที่ดีและการวางแผนที่ชัดเจน ช่วยให้เรามองเห็นโอกาสและจัดการธุรกิจได้ อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) ซึ่ง ผู้ประกอบการจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการคิดเชิงบวก การคิดนอกกรอบ มองเห็นโอกาสใหม่ ๆ และคิดหาวิธีนำเสนอสินค้าและบริการที่แตกต่างไปจากเดิม เพื่อดึงดูดลูกค้าและทำให้ธุรกิจของตนเองไม่เหมือนคู่แข่งขันที่มีอยู่ในตลาด 2. ทักษะการแก้ปัญหา (Problem-Solving Skills) เพราะทุกธุรกิจต้องเจอกับปัญหา เช่น ยอดขายลดลง ลูกค้าไม่พอใจ หรือปัญหาด้านการเงิน ดังนั้นการมีทักษะการแก้ปัญหา จะช่วยให้เราหาทางออกที่ดีที่สุดและทำให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ นอกจากนี้ การวางแผนกลยุทธ์ (Strategic Planning) ก็ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ ซึ่งต้องมีเป้าหมายทั้งระยะสั้นและระยะยาว และกำหนดแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม รู้จักการจัดการเวลา (Time Management) เพราะในการทำธุรกิจอาจต้องทำงานหลายอย่างพร้อมกัน ต้องรู้จักการจัดลำดับความสำคัญของสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เช่น วางแผนธุรกิจ ดูแลลูกค้า และคิดกลยุทธ์การตลาด เป็นต้น 3. ทักษะด้านการเงิน เพราะ "การจัดการเงิน" คือหัวใจของธุรกิจ ถ้าจัดการได้ไม่ดี ธุรกิจอาจล้มเหลวได้ ซึ่ง การจัดการการเงิน (Financial Management) ผู้ประกอบการต้องรู้จักวางแผนงบประมาณ ควบคุมค่าใช้จ่ายและจัดการกระแสเงินสด เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดได้ในระยะยาว รวมทั้งการจัดการความเสี่ยง (Risk Management) เช่น สภาพเศรษฐกิจไม่แน่นอนหรือพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ผู้ประกอบการต้องรู้จักวิเคราะห์และเตรียมแผนสำรอง นอกจากนี้ต้องรู้จักการจัดการต้นทุน (Cost Management) เพราะต้นทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการทำกำไร การควบคุมต้นทุน ช่วยให้เราทำธุรกิจได้โดยไม่ใช้เงินเกินตัว 4. ทักษะด้านการตลาดและการขาย เพราะแม้ว่าสินค้าและบริการจะดีเพียงใดก็ตาม อาจขายไม่ได้หรือขายได้น้อยถ้าไม่มีการตลาดที่ดี ดังนั้นผู้ประกอบการต้องเรียนรู้ เกี่ยวกับการตลาดดิจิทัล (Digital Marketing) เพราะโลกธุรกิจปัจจุบันมีการโซเชียลมีเดีย (Social Media) และ SEO (Search Engine Optimization) เพื่อเข้าถึงลูกค้า การตลาดบนโลกออนไลน์ช่วยให้ผู้ประกอบการขยายธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว รวมไปถึงการสื่อสารและการสร้างเครือข่ายต่าง ๆ นอกจากนี้ การสร้างแบรนด์ (Branding) เช่น โลโก้ที่โดดเด่น และภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ จะทำให้แบรนด์แข็งแกร่งและธุรกิจประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ทักษะการขาย (Sales Skills) ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องรู้จักเพื่อเข้าใจวิธีการพูดคุยกับลูกค้า เข้าใจความต้องการของลูกค้า และปิดการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือการเจรจาต่อรอง (Negotiation Skills) ไม่ว่าจะเป็นการต่อรองราคากับซัพพลายเออร์ หรือการปิดดีลกับลูกค้า ทักษะการเจรจาต่อรอง เป็นสิ่งที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้ และเกิดความราบรื่น 5. ทักษะด้านภาวะผู้นำและการบริหารทีม ในบางธุรกิจการทำงานคนเดียวอาจไม่เพียงพอ การมีทีมงานที่ดีจะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและง่ายขึ้น โดยผู้ประกอบการต้องรู้จักบริหารคนและมีภาวะผู้นำ มีความสามารถในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับทีมงาน กระตุ้นให้ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ และนำพาธุรกิจไปสู่ความสำเร็จ ซึ่งการทำงานเป็นทีม (Teamwork & Collaboration) ถึงแม้จะเป็นอาชีพอิสระ แต่เราก็ต้องทำงานร่วมกับลูกค้าและคู่ค้า ดังนั้น การสื่อสารและการทำงานร่วมกันที่ดี ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าไปได้อย่างราบรื่น รู้จักการบริหารคน (People Management) กล่าวคือ ต้องรู้จัก คัดเลือก ดูแล และพัฒนาศักยภาพของทีม 6. ทักษะด้านเทคโนโลยีและการปรับตัว เนื่องจาก เทคโนโลยี เป็นส่วนสำคัญของการประกอบการยุคใหม่ ผู้ประกอบการต้องใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ การรู้จักเฉพาะโปรแกรมพื้นฐานในคอมพิวเตอร์ เช่น Microsoft Office อาจไม่เพียงพอสำหรับการทำธุรกิจในยุคนี้ ผู้ประกอบการต้องหาซอฟต์แวร์หรือแอพพลิเคชันเพื่อช่วยในการจัดการธุรกิจ เช่น Google Workspace และระบบจัดการลูกค้า (CRM) เป็นต้น นอกจากนี้ โลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ผู้ประกอบการ ต้องหมั่นเรียนรู้ พัฒนาตัวเอง และปรับตัวให้ทันกับตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หรือที่เราเรียกว่า การเรียนรู้และการปรับตัว (Adaptability & Continuous Learning) ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จจะต้องพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงในตลาด เทคโนโลยี หรือพฤติกรรมของผู้บริโภค นอกจากนี้ ความยืดหยุ่นและความสามารถในการฟื้นตัวจากความล้มเหลวก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน ในการทำธุรกิจ ความล้มเหลวและอุปสรรคเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จแตกต่างจากคนอื่นคือความสามารถในการเรียนรู้จากความผิดพลาด ลุกขึ้นมาใหม่ และก้าวต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ คุณสมบัติของผู้ประกอบการที่ดี มีดังนี้ 1. มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน (Clear Vision) ผู้ประกอบการที่ดีจะต้องมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่าธุรกิจของตนกำลังมุ่งไปในทิศทางใด สามารถมองเห็นภาพรวมของธุรกิจในอนาคตและวางแผนเพื่อไปสู่เป้าหมายนั้น เหมือนกับ อีลอน มัสก์ มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วยรถยนต์ไฟฟ้า Tesla และมีเป้าหมายระยะยาวในการทำให้มนุษย์สามารถไปตั้งถิ่นฐานบนดาวอังคารผ่านบริษัท SpaceX วิสัยทัศน์ที่ชัดเจนนี้ช่วยให้เขาสามารถนำทีมและระดมทุนเพื่อสร้างนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงโลก ตัวอย่างในประเทศไทย เช่น คุณตัน ภาสกรนที ผู้ก่อตั้งอิชิตัน กรุ๊ป มีวิสัยทัศน์ชัดเจนในการสร้างเครื่องดื่มที่มีคุณภาพราคาเข้าถึงได้ และสร้างแบรนด์ไทยให้แข็งแกร่ง ซึ่งนำไปสู่ความสำเร็จของชาเขียวอิชิตันและผลิตภัณฑ์อื่นๆ คุณสมบัติต่อไปคือ 2.มีความมุ่งมั่นและความอดทน (Determination and Perseverance) หมายถึงการฝึกจิตใจและร่างกายของตนเอง ให้สามารถควบคุมตนเองได้ดีและคิดในแง่บวก มุ่งมั่น ตั้งใจและไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคและความล้มเหลวที่อาจเกิดขึ้น สามารถยืนหยัดและทำงานหนักได้แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด 3.มีความกล้าเสี่ยงและกล้าตัดสินใจ (Risk-Taking and Decision-Making) โดยการเปลี่ยนมุมมองเมื่อเผชิญหน้าต่อการตัดสินใจ เรียนรู้จากความล้มเหลวทั้งของตนเองและผู้อื่น ต้องกล้าเสี่ยงอย่างมีหลักการ ด้วยการเรียนรู้ที่จะจัดการกับความไม่แน่นอนโดยการ ‘คำนวณความเสี่ยง’ ในแต่ละการตัดสินใจของเราไว้ก่อนล่วงหน้า บนพื้นฐานของข้อมูลและสารสนเทศต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะทำให้เราประเมินความเสี่ยงและตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ 4.มีความสามารถในการปรับตัว (Adaptability) ซึ่งโลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการที่ดีต้องสามารถปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจให้เหมาะสมและยืดหยุ่นกับสถานการณ์ 5. มีความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) หมายถึงต้องคิดนอกกรอบ สามารถมองเห็นโอกาสใหม่ๆ กล้าทดลองในสิ่งที่แตกต่างออกไป การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์อาจใช้เริ่มต้นจากการตั้งคำถามที่ดี เช่น "จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ดีกว่าเดิมได้อย่างไร?" ...จะใช้นวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาหรือตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างไร? เป็นต้น 6. มีทักษะการบริหารคนและสร้างทีม (People Management and Team Building) สามารถดึงดูด พัฒนา และรักษาคนเก่งไว้ในองค์กร รู้จักมอบหมายงาน สร้างแรงจูงใจ และนำพาทีมไปสู่เป้าหมายร่วมกัน 7. มีจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม (Ethics and Social Responsibility) สังเกตได้ว่าในปัจจุบันผู้ประกอบการหลายรายไม่ได้มุ่งแสวงหากำไรเท่านั้น แต่ยังดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม มีความซื่อสัตย์ มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น บริษัท ไทยเบฟเวอเรจจำกัด (มหาชน) ได้ริเริ่มโครงการ "ไทยเบฟ... รวมใจต้านภัยหนาว" และโครงการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนอีกมากมาย แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ 8. มีความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence) ผู้ประกอบการต้องเข้าใจและจัดการกับอารมณ์ของตนเองได้ดี รวมถึงเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของผู้อื่น สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า พนักงาน และพันธมิตรทางธุรกิจ 9.มีความสามารถในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง (Continuous Learning) ผู้ประกอบการที่ดีต้องมีใจรักในการเรียนรู้ตลอดชีวิต พร้อมที่จะพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ติดตามแนวโน้มใหม่ๆ ของตลาดและเทคโนโลยี และคุณสมบัติข้อสุดท้าย คือ 10. มีความเชื่อมั่นในตนเองและมองโลกในแง่บวก (Self-confidence and Positive Mindset) กล่าวคือ กล้าที่จะยืนหยัดในความคิดของตน และมองความล้มเหลวเป็นโอกาสในการเรียนรู้ มีทัศนคติเชิงบวกแม้ในสถานการณ์ที่ท้าทาย